ห้องข่าว

ข่าว

‘PRM' มั่นใจไตรมาสสุดท้ายของปีร้อนแรงไม่หยุด เตรียมรับรู้รายได้จากทุกกลุ่มธุรกิจเต็มไตรมาส ดันผลงานพุ่ง
ย้อนกลับ23 ธันวาคม 2562

‘บมจ. พริมา มารีน’ หรือ (“PRM”) ประกาศความมั่นใจผลงานไตรมาส 4/62 โดดเด่นสุด จากศักยภาพความแข็งแกร่งของทั้งกองเรือที่จะรับรู้รายได้ครบทั้งไตรมาส โดยมีธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศและกลุ่มเรือ FSU เป็นหัวหอกผลักดันการเติบโต จากความต้องการใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เรือขนส่งระหว่างประเทศมีแนวโน้มที่ดี หลังอัตราค่าระวางปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/62 เชื่อว่าจะมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 ที่มีรายได้ 1,389.2 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 288.7 ล้านบาท เนื่องจากจะสามารถรับรู้รายได้ของทุกกลุ่มธุรกิจได้เต็มไตรมาส แบ่งเป็นเรือขนส่งภายในประเทศ 32 ลำ เรือขนส่งระหว่างประเทศ 1 ลำ เรือ FSU 8 ลำ เรือ Offshore จำนวน 2 ลำและเรือโรงแรมลอยน้ำอีก 1 ลำ

ทั้งนี้ จากขีดความสามารถการให้บริการของกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศ ที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่บริษัทฯ เข้าถือหุ้น BIG SEA เพิ่มเป็น 80% ส่งผลดีต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ขณะที่กลุ่มเรือ FSU จะได้รับปัจจัยบวกจากกฎเกณฑ์ IMO2020 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ทำให้ความต้องการใช้เรือในกลุ่มดังกล่าวเพื่อกักเก็บและผสมน้ำมันให้ได้คุณภาพตรงตามข้อกำหนดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ จากกฎเกณฑ์ดังกล่าว ยังส่งผลดีต่ออัตราค่าบริการของกลุ่มเรือขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการต่อสัญญาที่ใช้อัตราค่าบริการใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Offshore ที่ประกอบด้วยเรือ FSO จำนวน 2 ลำ และเรือ AWB หรือเรือโรงแรมลอยน้ำจำนวน 1 ลำ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ว่าจ้างในการใช้บริการ จึงคาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ตามเป้าหมาย

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ดีมากของ PRM ที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีภายใต้ธีม Growth Mode อันเป็นผลมาจากการเพิ่มศักยภาพกองเรือให้แข็งแกร่งขึ้นในทุกกล่มธุรกิจของเรา ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เราจะรับรู้รายได้จากทั้งกองเรือได้เต็มไตรมาส โดยกลุ่มเรือ FSU และ FSO มีอัตราการใช้บริการเต็ม 100% ขณะที่กลุ่มเรือขนส่งฯ มีอัตราการใช้บริการเฉลี่ยสูงกว่า 95% จึงทำให้มั่นใจได้ว่าในไตรมาสนี้ ผลงานของ PRM จะโดดเด่นเช่นเดียวไตรมาสก่อนๆ” นายชาญวิทย์ กล่าว